หลักแนวคิด

ทางออก 9 วิกฤติแรงงานไทยใน 10 ปี ข้างหน้า

ทางออกวิกฤติ 1. แรงงานพม่าจะกลับประเทศ

ถ้าพม่าพัฒนามาก ๆ เข้า ค่าแรงสูงขึ้น ประเทศพัฒนา เขาก็อยากกลับบ้าน

ทางออกที่ง่าย ๆ ก็มี เช่นไปนำเข้าแรงงานบังกลาเทศ ซึ่งมีประชากรล้นเหลือและค่าแรงงานยังต่ำมาก แต่ก็อาจจะมีปัญหาอย่างอื่นตามมาอีกมากเช่นกัน

ทางออกสองนั้นสามารถตอบวิกฤติที่สองได้ด้วย

ทางออกวิกฤติ 2. แรงงานไทยจะขาดแคลน

ประเทศไทยต้องปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและความสามารถในการแข่งขัน ปรับเศรษฐกิจจากเน้นแรงงานเป็นหลัก (Labor-intensive) ไปเป็นเศรษฐกิจที่ใช้ความรู้เป็นฐานcasino-viva9988.com ใช้แรงงานลดลง งาน 3D ทั้งหลายก็หันมาใช้คอมพิวเตอร์ ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ทำงานแทนให้มากขึ้น มาทดแทนแรงงานไทยที่ขาดแคลนและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวที่มีแนวโน้มจะลดลงหากประเทศเหล่านั้นพัฒนาได้ดีมากขึ้น

ทางออกวิกฤติ 3. คนไทยจะไม่ตกงานแต่จะเกิดการจ้างงานต่ำกว่าวุฒิการศึกษา (Underemployment) มากขึ้นเรื่อย ๆ

ปัญหาหลักที่เกิดการจ้างงานต่ำกว่าวุฒิการศึกษาของไทยนั้นน่าจะเกิดจากคุณภาพมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น จบปริญญาตรีทางด้านคอมพิวเตอร์ แต่เขียนโปรแกรมไม่เป็น วิเคราะห์ระบบไม่ได้ ทำงานจริงไม่ได้ เราตามใจนักเรียนให้เรียนตามใจมากไป แต่ไม่ได้คำนึงถึงความต้องการของประเทศ การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม ตลอดจนอุตสาหกรรม ต้องการบัณฑิตหรือผู้สำเร็จการศึกษาที่มีความรู้ความสามารถสูง การสำรวจความต้องการอย่างแท้จริงของแต่ละสาขาวิชา วางแผนการศึกษาชาติอย่างเข้มงวดให้สอดคล้องกับความต้องการ และลดการผลิตบัณฑิตคุณภาพต่ำในสาขาที่ประเทศไม่ต้องการมีความจำเป็น การให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาต้องให้เฉพาะสาขาวิชาที่ประเทศชาติต้องการและมั่นใจได้ว่าจะได้งานทำที่ดี

ทางออกวิกฤติ 4. คนไทยจะไม่ตกงานแต่จะมีการว่างงานแฝง (Hidden unemployment) สูงมาก

การว่างงานแฝงในสังคมไทย ส่วนใหญ่เกิดในภาคเกษตร เพื่อพ้นฤดูทำนาแล้ว ชาวนาจะว่างงานแฝงสูงมาก โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ทำนาได้ปีละครั้ง สำหรับรัฐบาลการขยายพื้นที่ชลประทานโดยเฉพาะคลองชลประทานออกไปนอกพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดการเกษตรนอกฤดูกาลได้มากขึ้น หรือการทำแก้มลิงกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรนอกฤดูฝนก็จำเป็น แต่ที่สำคัญกว่าคือการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวทางในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีงานให้ทำแทบทั้งปีแทบจะไม่มีเวลาว่าง นอกจากนี้งานศิลปาชีพตามแนวทางในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ก็จะช่วยให้ชาวนาชาวไร่ไม่ว่างงานแฝงนอกฤดูฝนอีกด้วย

ปัญหาการว่างงานแฝงในอนาคตน่าจะมีมากขึ้นในกลุ่มอาชีพอิสระ (Freelance) ด้วย ภาครัฐโดยกรมการจัดหางานจำเป็นต้องพัฒนาระบบในการจับคู่นายจ้างและลูกจ้างอย่างเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ทางออกวิกฤติ 5. แรงงานไทยมีทักษะล้าหลัง (obsolete skill) จะตกงานมากมาย ปรับตัวไม่ทัน

ทางออกวิกฤติ 6. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence: AI) และ Disruptive Technology ตลอดจนหุ่นยนต์จะทำให้อาชีพหลายอาชีพหายไป ทำให้คนตกงานมากขึ้นเรื่อย ๆ

การพัฒนาทักษะใหม่ (Re-skill) เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในสังคม สถาบันอุดมศึกษาต้องพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ทางวิชาการที่ทันสมัยและตรงกันกับความต้องการของประเทศก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหกิจศึกษา (ความร่วมมือในการเรียนรู้ระหว่างสถาบันการศึกษากับนายจ้าง เน้น การเรียนเชิงวิชาการ ควบคู่กับการปฏิบัติจริง) Virtual university มหาวิทยาลัยบนโลกออนไลน์ การศึกษาสำหรับวิชาชีพและการศึกษาต่อเนื่อง (Professionals and continuing education) เป็นสิ่งที่จำเป็น คนไทยจะตกงานอีกมาก การพัฒนาทักษะใหม่สำหรับแรงงานเดิมจำเป็นมาก หากไม่เร่งทำคนเหล่านี้ที่มีทักษะล้าหลังจะว่างงานและตกเป็นภาระของสังคมและรัฐบาลต่อไป

ทางออกวิกฤติ 7. แรงงานต่างชาติจะมีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะระดับบริหารและวิชาชีพที่ต้องใช้ความรู้มาก ๆ

หลายคนมีความเห็นว่าต้องห้ามและสงวนบางอาชีพไว้สำหรับคนไทย ผมเห็นด้วยบางส่วน เช่น เราไม่ควรปล่อยให้คนจีนที่เข้าเมืองมาอย่างไม่ถูกต้องมาทำมาค้าขายในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่ควรปล่อยปละละเลย แต่สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าคือแรงงานฝีมือและวิชาชีพชั้นสูงที่คนไทยทำไม่ได้หรือไม่มีใบประกอบวิชาชีพนั้น สมาคมวิชาชีพต่าง ๆ ของไทยต้องเร่งพัฒนา ให้การศึกษา และพัฒนาคนไทยร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาให้สามารถทัดเทียมต่างชาติ และมีปริมาณที่เพียงพอ ในขณะเดียวกันอาจจะพัฒนาให้สามารถไปทำงานชั้นสูงในต่างประเทศได้ด้วยเช่นกัน